April 30

ลง 4PSA SpamGuardian, Plesk 10 และ Plesk 11

ลบ SpamAssassin ที่มากับ Plesk ก่อน

rpm -e psa-spamassassin-11.0.9-cos6.build110120608.16.x86_64; rpm -e spamassassin

 

ดาวน์โหลดและติดตั้ง SpamAssassin เวอร์ชั่นล่าสุด

# wget http://swimminginthought.com/public-downloads/spamassassin-3.3.2-1.el6.x86_64.rpm

# yum update ./spamassassin 3.3.2-1.el6x86_64.rpm

 

หากมีเออเร่อไม่สามารถลงได้ตามเออเร่อข้างล่าง ให้แก้ไขโดยการ ลง Epel Repo ก่อน

[root@sv1 src]# rpm -ivh spamassassin-3.3.2-1.el6.x86_64.rpm

error: Failed dependencies:

        perl(Mail::SPF) is needed by spamassassin-3.3.2-1.el6.x86_64

 

จากนั้นดาวน์โหลด 4PSA SpamGuardian และ ติดตั้ง

rpm -Uvh http://plesk.4psa.com/downloads/rhel6/updates/x86_64/4psa-sguardian-psa10-4.0.0-111028.06.rhel6.x86_64.rpm –force –nodeps

แค่นี้ก็ เป็นอันเรียบร้อย

 

 

Category: Plesk | LEAVE A COMMENT
April 26

ติดตั้ง Repo เพิ่มเติมให้กับ CentOS 5 และ CentOS 6

หลังจากที่ลง CentOS เสร็จแล้วและอยากติดตั้งโปรแกรมต่างๆ เพิ่มเติมเช่น OpenVPN แต่ ทำการ yum install openvpn โดยใช้ repo เดิมที่ติดมากับ CentOS แต่ ปรากฏว่า ไม่มี OpenVPN หรือ มี แต่ เป็นเวอร์ชั่นเก่า แต่เราอยากลงเวอร์ชั้นล่าสุด ดังนั้นวิธีแก้ไขก็คิอ ต้องทำการติดตั้ง repo อื่นๆเพิ่มเติม เพราะ repo ที่มากับ CentOS นั้นจะมีแค่ โปรแกรม ที่ผ่านการทดสอบว่าไม่มีปํญหากับตัว OS แล้วเท่านั้น

ผมแนะนำอยู่ 2 ตัว ก็คือ Epel กับ RPMForge เพราะจากประสบการณ์แล้ว repo 2 ตัวนี้ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร โปรแกรมที่ทำการลงจาก repo นี้ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเช่นกัน

 

วิธีติดตั้ง Repo เพิ่มเติมให้กับ CentOS ตามข้างล่างนี้เลยครับ

RPM Forge Repo

CentOS 5: rpm -Uvh http://pkgs.repoforge.org/rpmforge-release/rpmforge-release-0.5.3-1.el6.rf.x86_64.rpm

CentOS 6: rpm –Uvh http://pkgs.repoforge.org/rpmforge-release/rpmforge-release-0.5.3-1.el6.rf.i686.rpm

หรือดาวน์โหลด เวอร์ชั่นล่าสุดได้ที่ : http://pkgs.repoforge.org/rpmforge-release/

 

EPEL Repo

CentOS 5: rpm -Uvh http://download.fedoraproject.org/pub/epel/5/i386/epel-release-5-4.noarch.rpm
หรือดาวน์โหลด เวอร์ชั่นล่าสุดได้ที่ : http://mirrors.thzhost.com/epel/5/i386/

CentOS 6: rpm -Uvh http://download.fedoraproject.org/pub/epel/6/i386/epel-release-6-8.noarch.rpm
หรือดาวน์โหลด เวอร์ชั่นล่าสุดได้ที่ : http://mirrors.thzhost.com/epel/6/i386/

 

แต่หลังจากที่ ลงโปรแกรมต่างๆจาก Repo นั้นๆแล้ว เพื่อความปลอดภัย และไม่อยากให้ แพ๊คเก็จอื่น ทำการอัพเดจจาก repo เพิ่มเติมนี้ก็ให้ปิดใช้งานมันซะ โดย ตั้ง enabled = 0 และเวลาที่อยากใช้งานอีก ก็ ตั้ง enabled = 1

เช่น

RPM Forge Repo

nano –w /etc/yum.repos.d/rpmforge.repo

[rpmforge]

name = RHEL $releasever – RPMforge.net – dag

baseurl = http://apt.sw.be/redhat/el6/en/$basearch/rpmforge

mirrorlist = http://mirrorlist.repoforge.org/el6/mirrors-rpmforge

#mirrorlist = file:///etc/yum.repos.d/mirrors-rpmforge

enabled = 0

protect = 0

gpgkey = file:///etc/pki/rpm-gpg/RPM-GPG-KEY-rpmforge-dag

gpgcheck = 1

 

EPEL Forge Repo

nano –w /etc/yum.repos.d/epel.repo

[epel]

name=Extra Packages for Enterprise Linux 6 – $basearch

#baseurl=http://download.fedoraproject.org/pub/epel/6/$basearch

mirrorlist=https://mirrors.fedoraproject.org/metalink?repo=epel-6&arch=$basearch

failovermethod=priority

enabled=0

gpgcheck=1

gpgkey=file:///etc/pki/rpm-gpg/RPM-GPG-KEY-EPEL-6

 

Category: CentOS | LEAVE A COMMENT
April 24

ตั้งค่า MTU ให้กับ vSwitch, VMWare ESXi

หากเพื่อนๆ คนไหนที่ใช้ VMWare vCenter อยู่ และต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการรับส่งข้อมูลระหว่าง ESXi เซอร์เวอร์ กับ vCenter เซอร์เวอร์ หรือ ESXi เซอร์เวอร์ กับ SAN เพื่อให้ได้การรับและส่งข้อมูลภายในระบบอย่างสูงสุด ควรจะใช้ Jumbo Frame (ค่า MTU ตั้งแต่ 1500 ถึง 9000) ในระบบเน็ตเวิร์ค ซึ่งจะต้องคอนฟิกทั้ง ESXi เซอร์เวอร์ กับ อุปกรณ์สวิทซ์ ภายในเน็ตเวิร์คด้วย ซึ่งใน บทความนี้ จะพูดถึงแค่ การคอนฟิก ที่ ESXi เซอร์เวอร์ เท่านั้น ซึ่งจะต้องทำการคอนฟิกจาก SSH

ตรวจสอบค่า MTU ปัจจุบันก่อน

~ # esxcfg-vswitch -l

Switch Name      Num Ports   Used Ports  Configured Ports  MTU     Uplinks

vSwitch0         48         9           32                1500    vmnic1,vmnic0

PortGroup Name        VLAN ID  Used Ports  Uplinks

VLAN 220               0        4           vmnic1,vmnic0

vMotion               0        1           vmnic1,vmnic0

Management Network    0        1           vmnic1,vmnic0

Switch Name      Num Ports   Used Ports  Configured Ports  MTU     Uplinks

vSwitch1         32          4           32                1500    vmnic3,vmnic2

PortGroup Name        VLAN ID  Used Ports  Uplinks

VLAN 230          0        1           vmnic3,vmnic2

 

รันคำสั่งข้างล่างเพื่อตั้งค่า MTU ตามที่ต้องการ ในที่นี้จะทำการตั้งค่าที่ 9000(ค่าสูงสุด)

~ # esxcfg-vswitch -m 9000 vSwitch0

~ # esxcfg-vswitch -m 9000 vSwitch1

 

ตรวจสอบค่า MTU ใหม่อีกครั้ง

~ # esxcfg-vswitch -l

Switch Name      Num Ports   Used Ports  Configured Ports  MTU     Uplinks

vSwitch0         48         9           32                9000    vmnic1,vmnic0

PortGroup Name        VLAN ID  Used Ports  Uplinks

VLAN 220               0        4           vmnic1,vmnic0

vMotion               0        1           vmnic1,vmnic0

Management Network    0        1           vmnic1,vmnic0

Switch Name      Num Ports   Used Ports  Configured Ports  MTU     Uplinks

vSwitch1         32          4           32                9000    vmnic3,vmnic2

PortGroup Name        VLAN ID  Used Ports  Uplinks

VLAN 230          0        1           vmnic3,vmnic2

 

Category: VMWare | LEAVE A COMMENT